ปวดหลัง ! ใช้ยาแก้ปวดหลังเองดีไหม? วิธีแก้ปวดหลังฉบับไม่ต้องกินยา

ปวดหลัง ! ใช้ยาแก้ปวดหลังเองดีไหม? วิธีแก้ปวดหลังฉบับไม่ต้องกินยา

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีอาการปวดหลังมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วนใหญ่อาการปวดหลังจะมีอาการที่ไม่รุนแรงมากและสามารถหายได้เอง ซึ่งสาเหตุก็มีหลากหลายปัจจัยด้วยกัน และมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงอาการรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ 

สารบัญเนื้อหา

อาการปวดหลัง 

อาการที่พบเห็นบ่อยจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ อาการปวดหลังแบบเฉียบพลัน จะมีอาการปวดขึ้นมาทันทีและต่อเนื่องกันในระยะหนึ่งไม่เกิน 6 สัปดาห์ จะมีสาเหตุมาจากการเกิดอุบัติเหตุหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีการยกของหนัก และอาการปวดหลังชนิดเรื้อรัง เป็นอาการปวดหลังต่อเนื่องกินเวลายาวนานกว่า 3 เดือนขึ้นไป 

อาการทั่วไปที่พบ 

  • เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อตึง จนทำให้เกิดการปวดหลัง 
  • หมอนรองกระดูกโป่งพอง ฉีกขาด เกิดการทับเส้นประสาท 
  • ข้ออักเสบ โรคเข่าเสื่อม จนส่งผลต่อการปวดหลังส่วนล่าง 
  • โรคกระดูกพรุน คนที่มีอาการกระดูกพรุน กระดูกสันหลังอาจเกิดการบีบอัดและทำให้กระดูกแตกได้ ซึ่งก็มีส่วนทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน 

สาเหตุของอาการปวดหลังมีอะไรบ้าง

  • อายุ  ยิ่งอายุเพิ่มขึ้น ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะปวดหลัง เพราะมวลกระดูกเริ่มเสื่อมสภาพ การสร้างกระดูกลดลง จะพบในช่วงอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป 
  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไป พบว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปจะมีอาการปวดตามข้อ ปวดหลังง่ายกว่า เพราะกระดูกต้องรองรับน้ำหนักที่มากขึ้นจนเกิดอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อ 
  • การยกของหนักด้ายท่าเสี่ยง การยกของในท่าที่ไม่เหมาะสมจะยิ่งไปเพิ่มโอกาสให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น เกิดการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อเฉียบพลัน 
  • ไม่ออกกำลังกาย เมื่อไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อหลังเป็นเวลานาน ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ อาจส่งผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ และจะยิ่งเพิ่มอาการปวดหลังได้ง่ายขึ้น 
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคข้ออักเสบ มะเร็ง จะพบว่ามีอาการปวดหลังแทรกซ้อนด้วย 
  • การสูบบุหรี่ ทำให้การลำเลียงสารอาหารไปยังหมอนรองกระดูกไม่เพียงพอ เป็นต้นเหตุของอาการปวดหลังได้ 

วิธีแก้ปวดหลัง

  1. ประคบเย็นและร้อน เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง สำหรับคนที่มีอาการปวดหลังเริ่มต้น ช่วยรักษาได้ในระยะสั้น 
  2. ขยับและเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยฟื้นฟูอาการปวดหลังได้เร็วขึ้น 
  3. ซื้อยาแก้ปวดหลังด้วยตัวเอง ยาลดการอักเสบ (NSAID) ซึ่งควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยา และยาลดปวดทั่วไปอย่างพาราเซตามอล
  4. การฉีดยา หากใช้วิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล แพทย์จะแนะนำให้ฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อต้านการอักเสบที่บริเวณรากประสาท แต่ช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น 
  5. บริหารร่างกาย ควรหมั่นบริหารร่างกายหรือออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อที่หลังมีความแข็งแรง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะ 

ปวดหลัง กินอะไรดี ? 

ควรทานสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกอย่างแคลเซียม เพื่อเพิ่มมวลกระดูก ลดอาการปวดหลัง ปวดตามข้อ สำหรับในผู้ที่ไม่ชอบดื่มนม งาดำก็เป็นแหล่งแคลเซียมทางเลือกอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งในงานวิจัยมีการพบว่างาดำมีฤิทธิ์ช่วยต้านการอักเสบของข้อเสื่อมได้ ป้องกันการเกิดกระดูกพรุนในอนาคต ขอแนะนำ น้ำมันงาดำ ปานเทพ ทานง่าย ดูดซึมไว ได้รับคุณประโยชน์จากเซซามินธรรมชาติ 100%

คำถามที่พบบ่อย