งาดำ ประโยชน์จากธรรมชาติ กินแล้วดี ! คุณค่าล้นเมล็ด พร้อมผลงานวิจัย

น้ำมันงาดำ ประโยชน์จากธรรมชาติ กินแล้วดี ! สรรพคุณล้นเมล็ด พร้อมผลงานวิจัย

สารบัญเนื้อหา

  • น้ำมันงาดำดีจริงไหม
  • งาดำและงานวิจัย

น้ำมันงาดำดีจริงไหม

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันดีว่า น้ำมันงาดำ เป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ขนาดไหน และยังมีสรรพคุณด้านการรักษาเกี่ยวกับอาการของกระดูก ที่ถูกพิสูจน์จากงานวิจัยหลายฉบับแล้วว่า สรรพคุณเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก และต้านการอักเสบ สรรพคุณลดอาการปวดตามข้อได้จริง ในการศึกษาจากศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ พบว่างาดำมีสารเซซามินสูงซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่ามีคุณสมบัติสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบได้ สารอาหารที่โดดเด่นของ น้ำมันงาดำ ที่พบ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามิน K1 วิตามิน B6 ไฟโตนิวเทรียนท์ และภายในเมล็ดยังมีสารที่เรียกว่า เซซามิน ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพมีประโยชน์ในการรักษาโรคกระดูกพรุนและโรคกระดูกอื่นๆ

งาดำและงานวิจัย

ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่นของเซซามินใน น้ำมันงาดำ คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการวิจัยและค้นพบว่า ในเมล็ดงาดำ มีสารเซซามินอยู่ภายใน ซึ่งประโยชน์สรรพคุณสารตัวนี้จะเข้าไปช่วยยับยั้งการพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์สลายกระดูก ที่ให้เกิดโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกพรุน ทำให้แคลเซียมภายในกระดูกเพิ่มมากขึ้น เสริมมวลให้แข็งแรง ชะลอการเกิดการเสื่อมสภาพในอนาคต ซึ่งนับว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญอย่างมากเพราะ น้ำมันงาดำ จะมีประโยชน์กับการรักษาอาการของผู้สูงอายุที่มีภาวะเข่าเสื่อม ปวดข้อ ข้ออักเสบ

นอกจากนี้ยังช่วยประโยชน์ในเรื่องของการทำงานของสมอง ฟื้นฟูเซลล์ประสาทที่เสื่อมสภาพ ปกป้องเซลล์ให้แข็งแรง และลดโอกาสการเกิดมะเร็งร้ายได้ แต่ยังต้องมีการวิจัยกันต่อไปถึงปริมาณที่ควรแนะนำในการบริโภคต่อวัน และการรักษาด้วยเซซามินยังคงเป็นที่ถกเถียงเพราะหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลร้ายกับร่างกายมากกว่าผลดีนั่นเอง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ศึกษาถึงประโยชน์สรรพคุณของเซซามินใน น้ำมันงาดำ อย่างกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งผลการศึกษา น้ำมันงาดำ ที่โดดเด่นที่สุดที่ออกมา ก็เรียกได้ว่าน่าพึงพอใจ เพราะผลการวิจัยออกมารองรับว่า เซซามินที่อยู่ภายใน น้ำมันงาดำ จำนวนมาก ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสรรพคุณประสิทธิภาพในการรักษาโรคกระดูกพรุน โรคเข่าเสื่อม และความผิดปกติของโครงกระดูกอื่นๆ โดยการเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ลดการสูญเสียกระดูก ป้องกันการแตกหัก และเพิ่มความแข็งแรง