ปวดตามข้อไม่รู้สาเหตุ ปวดข้อบ่อย ใช่โรครูมาตอยด์ไหม? เช็คอาการได้ที่นี่!

สารบัญเนื้อหา
โรครูมาตอยด์
รูมาตอยด์ เป็นโรคภูมิต้านตนเองที่ส่งผลต่อข้อต่อ ทำให้เกิดการอักเสบและปวด บางอาการอาจมีความเหนื่อย ข้อบวม น้ำหนักลด และมีไข้ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกิดจากการผลิตแอนติบอดีมากเกินไป จนเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย และทำให้เกิดการติดเชื้อกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่นำไปสู่การอักเสบและความเจ็บปวดในข้อต่อในที่สุด
สาเหตุของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจระบุได้ยาก เนื่องจากอาจมีหลายสาเหตุด้วยกัน ถือเป็นโรคเรื้อรังรุนแรง มักจะแสดงอาการบริเวณข้อต่อของมือ ข้อเท้า ข้อมือ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ตา ผิวหนัง ปอด หัวใจ หลอดเลือด และข้อต่อในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น กระดูกสันหลังหรือสะโพก

สาเหตุการปวดตามข้อ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง จะกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบในข้อต่อและนำไปสู่ความเจ็บปวด บวม ตึง และสูญเสียการเคลื่อนไหวในที่สุด
- สูบบุหรี่
- โรคอ้วน หรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน
- ภาวะ โรคเบาหวาน
- มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรครูมาตอยด์
- อายุเพิ่มมากขึ้น มักจะมีอาการในกลุ่มผู้มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
อาการปวดตามข้อที่พบในผู้ป่วยรูมาตอยด์
- ปวดข้อมือ รู้สึกเจ็บ เกิดการอักเสบเวลาขยับข้อมือ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น รู้สึกเสียวซ่า ชา และตึง
- ปวดข้อเท้า อาจเกิดการบวมของเนื้อเยื่ออ่อนภายใน เดือยของกระดูก และการเสื่อมของข้อต่อ
- รู้สึกฝืด เคือง ขยับแล้วไม่สบายตัว เจ็บข้อด้านใน
วิธีรักษารูมาตอยด์

เพื่อบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แพทย์มักจะสั่งยา เช่น NSAIDs (ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) หรือสเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ ซึ่งยาประเภทนี้อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้ปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดศีรษะ
คำแนะนำ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรครูมาตอยด์ คือ การเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดการอักเสบของบริเวณข้อ เช่น ไม่ยกของหนัก เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ งดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และทาน แคลเซียม จากธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ





