เจ็บข้อ ปวดเข่า วิธีรักษาอาการปวดเข่าโดยไม่ต้องพึ่งยา ทำได้จริง!

เจ็บข้อ ปวดเข่า วิธีรักษาอาการปวดเข่าโดยไม่ต้องพึ่งยา ทำได้จริง!

เมื่อพูดถึง อาการปวดเข่า เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยมีอาการกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเกิดจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เส้นเอ็นตึง เหยียดตรงไม่ได้ อาจรวมถึงอาการข้ออักเสบ หรือภาวะทางการแพทย์อื่นๆ ถ้าเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุ อาการปวดที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากสภาพของกระดูกที่อ่อนแอที่เสื่อมสภาพไปตามวัย และไม่สามารถสร้างมวลกระดูกขึ้นมาใหม่ได้อีก การดูแลรักษามวลกระดูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ที่จะลดโอกาสเป็นโรคเข่าเสื่อมได้

สารบัญเนื้อหา

ปวดเข่าบ่อยเพราะอะไร

อาการปวดเข่า โดยทั่วไป จะมีหลายวิธีในการป้องกันและรักษา ได้แก่ การใช้ยาต้านการอักเสบเพื่อลดการอักเสบหรือการใช้ยาบรรเทาปวดที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ร้านขายยาทั่วไป เพื่อบรรเทาอาการที่ไม่รุนแรงด้วยตัวเอง หากเกิดอาการที่รุนแรง อาจต้องพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง เช่น การใส่เฝือก หรือ ผ่าตัด เป็นต้น

อาการปวดเข่าเป็นอาการทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ ซึ่งอาจมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น เดิน ขึ้นบันได นั่งเป็นเวลานาน หรือวิ่ง การลงน้ำหนักผิดจังหวะจนเกิดการบาดเจ็บ การออกกำลังกายที่หนักเกินไป อาการปวดเข่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น

  • ปวดเมื่อยขณะเดินขึ้นบันได
  • ปวดเมื่อยขณะนั่ง
  • ปวดเมื่อคุณคุกเข่า
  • รู้สึกว่าเข่าของคุณไม่มั่นคง
  • ความรู้สึกว่ากระดูกสะบักของคุณติดตามไม่ถูกต้อง
  • ข้อเข่าบวมและตึง

วิธีป้องกันเข่าเสื่อมที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันอาการปวดเข่าที่ดีที่สุด คือ การเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ขาและออกกำลังกายเพื่อให้ขาแข็งแรง นอกจากนี้ควรทานแคลเซียมบำรุงกระดูกอยู่เสมอ เช่น การทานนมรสจืด นมถั่วเหลือง เต้าหู้ เมล็ดอัลมอลด์ ปลาทะเล กุ้งแห้ง ผักใบเขียวที่มีแคลเซียมสูงอย่างผักคะน้า ใบชะพลู 

ควบคู่กับการทานอาหารเสริมที่ เสริมแคลเซียม จากธรรมชาติ เช่น น้ำมันงาดำ ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำเมล็ดงาดำมาแปรรูปให้ทานง่ายขึ้น ด้วยการนำมาผ่านกระบวนการสกัดเย็นเพื่อให้ได้เฉพาะน้ำมันงาบริสุทธิ์ ที่ได้คุณประโยชน์จากงาดำแบบเต็มเมล็ด

รักษาปวดเข่าด้วยงาดำ

งาดำ คือ ธัญพืชจากธรรมชาติที่ถูกใช้ทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน นอกจากมีแคลเซียมสูงที่ดีต่อกระดูกแล้ว ยังพบว่างาดำมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เซซามิน ที่ช่วยในการต้านการอักเสบตามข้อต่าง ๆ และช่วยลดอาการปวดเข่าในกลุ่มผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระชะลอความชรา มีโอเมก้า 3 ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด

นอกจากการเลือกทานสารอาหารที่มีประโยชน์แคลเซียมสูงแล้ว ควรหมั่นขยับร่างกายหรือออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อลดโอกาสการตึงของข้อและยังช่วยให้ร่างกายได้ยืดหยุ่น เพื่อช่วยเสริมเกราะความแข็งแรงให้กับกระดูกในระยะยาว ไม่ป่วยง่าย และห่างไกลจากโรคเข่าเสื่อมเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

คำแนะนำ

  • ควรหมั่นทานแคลเซียมเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยปริมาณแคลเซียมที่กรมอนามัยแนะนำคือ 800 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี และ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไป เช่น ยาเม็ดแคลเซียม น้ำมันงาดำ